ร้าน Preorder รองเท้า ยี่ห้อ Allbirds 

ทางเราสามารถจัดหา รองเท้าที่ลูกค้าต้องการได้ทุกรุ่น 

โดย มีการมัดจำค่าสินค้า 50% และจ่ายอีก 50%หลังจากสินค้ามาถึงไทยครับ

สามารถเข้าไปเลือกรุ่นสินค้าได้ที่ ปุ่มด้านล่าง และแจ้งเราที่ไลน์นี้ @795sxpao

Website Official Allbird ประเทศอเมริกา

ข้อควรรู้ก่อนจัดสั่งซื้อ

  • ก่อนโอนเงิน รบกวนคุยก่อน เพื่อให้ทางพ่อค้ายืนยันก่อนครับ

  • สินค้าเป็นการ Preorder รับสินค้าภายใน 30 วัน ไม่มีการตัดรอบครับ

  • กล่องสินค้าอาจมีรอยบุบ เนื่องจากการจัดส่งสินค้า

  • ราคาที่ลูกค้าซื้อ รวม ค่ารองเท้า + ค่าขนส่ง นอกประเทศ + ค่าขนส่ง ในประเทศ + ค่าจิปาถะ 

  • ไม่รับเปลี่ยนไซต์สินค้า แนะนำให้ลูกค้าดูให้หน่อยใจก่อนครับ

สรุปสั้นๆคือ รวมทุกอย่างไว้แล้ว และพ่อค้ารับความเสี่ยงสินค้าสูญหายระหว่างการจัดส่ง สินค้าไม่ตรงตามที่ลูกค้าได้แจ้งไว้  ของไม่สามารถส่งถึงลูกค้าได้ พ่อค้ายินดีคืนเงิน 100% ครับ

ราคารองเท้า Preorder รุ่นต่าง

อยากให้ลูกค้าทำความเข้าใจก่อน ทำการสั่งซื้อนะครับ และส่งรุ่นที่ลูกค้าต้องการมาได้เลย
 
– 👟รุ่น woolpipe, loungers, skipper | 95usd = 4,990 บาท รวมส่งทุกอย่าง
– 👟 รุ่น dash | 125USD = 6,490 บาท รวมส่ง
– 👟 รุ่น mizzle, Topper | 115USD = 5,990 บาท
– 👟 รุ่น Runner-up Mizzles | 135USD = 6,990 บาท
 
ติดต่อพ่อค้าได้ที่ @795sxpao

Wool Runners

รองเท้า ที่ฮิตที่สุดในหมู่รองเท้า เป็นรุ่น original ว่ากันว่าใส่สบายที่สุดในกลุ่มผู้ชื่นชอบ everyday shoes ใส่ได้ทุกวัน

ราคา 4,690 บาท เท่านั้น

 
Shop the brand

Wool Loungers

Lorem ipsum dolor sit amet consectetuer.

 
Shop the brand

Casual every day

ลุยไปได้ทุกที กับรองเท้าที่ลูกค้าที่ท่านต้องการ

shop now

Men’s Tree Dashers

รองเท้าวิ่ง จาก Allbirds ใส่สบาย

 
shop now

วัสดุธรรมชาติ

วัสดี ที่ถูกครรสรรมาจาก ธรรมชาติ  เช่น ขนแกะ อ้อย น้ำตาล ซึ่งทุกครั้งที่มีการผลิตรองเท้า allbirds carbon footprint จะลดลง 

 
Location

เดินใส่เบาหวิว

ทางเราเชื่อว่าประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจาก รองเท้านั้น คุ้มค่ามากๆ

 
Shop now

LOOKBOOK

Lorem ipsum dolor sit amet consectetuer.

view lookbook

ประวัติ โดยย่อ Allbirds

รองเท้าใส่สบาย ตอบโจทย์สายรักษ์โลก

          เมื่อ Allbirds โดดเข้ามาเขย่าวงการรองเท้าให้สั่นสะเทือน กับปรากฏการณ์ที่จุดกระแสให้คนดังหลากหลายวงการกลายมาเป็นลูกค้าเจ้ารองเท้าแบรนด์สตาร์ทอัพ ที่ทำเงินไปกว่าพันล้านเหรียญสหรัฐ และมีอายุบริษัทเพียง 3 ปีเท่านั้น แบรนด์รองเท้าที่ได้ขึ้นว่า เป็นรองเท้าที่ใส่สบายที่สุดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เราจะไปทำความรู้จักกับรองเท้าแบรนด์นี้กัน

 

ความคิดจุดประกายกับการอยากได้รองเท้าดี ๆ สักคู่

            จุดเริ่มต้นของ Allbirds มาจาก “ทิม บราวน์” พ่อหนุ่มแข้งทอง อดีตรองกัปตันทีมฟุตบอลทีมชาตินิวซีแลนด์ ที่มานั่งคิดว่ารองเท้าที่เขาใส่ลงแข่งส่วนใหญ่มีแต่รองเท้าที่ทำมาจากวัสดุสังเคราะห์แข็ง ๆ เน้นสีสันฉูดฉาด กระแทกสายตา แล้วยังต้องให้ลูกค้าอย่างเรา ๆ ช่วยโปรโมทแบรนด์สินค้าผ่านโลโก้ที่ติดหราบนรองเท้านั่นอีก ในระหว่างการไปเรียน MBA ที่อังกฤษ เขาจึงมีความคิดที่อยากจะทำรองเท้าที่ตัวเองชอบ เน้นความเรียบง่าย ใส่สบาย และเป็นรองเท้าที่เน้นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากรองเท้าส่วนใหญ่จะผลิตมาจากวัสดุสังเคราะห์ที่มีผลทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก

            โดยรองเท้า Allbirds จะใช้วัสดุหลักจากธรรมชาติ 2 อย่าง ได้แก่ ขนแกะพันธุ์เมอริโน (Merino) ที่มีคุณสมบัติในเรื่องของความนุ่ม ละเอียด เบา ทนทาน และระบายอากาศได้ดี โดยทั่วไปแล้วขนแกะสายพันธุ์นี้จะใช้ในการผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์ระดับ Hi-end และยังเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่สำคัญ นั่นทำให้เขาได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐกว่า 2 แสนเหรียญสหรัฐฯ ในเวลาต่อมา วัสดุอย่างที่ 2 นั่นคือ เยื่อจากต้นยูคาลิปตัน
ที่ผ่านการปลูกตามมาตรฐาน FSC™ (Forest Stewardship Council™) เป็นมาตรฐการการจัดการป่าไม้โดยจะมีการปลูกต้นไม้ใหม่ทันทีที่มีการตัด เพื่อให้ต้นไม้เป็นตัวช่วยดูดซับก๊าซภาวะเรือนกระจกไปกักไว้ในดินนั่นเอง ส่วนพื้นเท้านั้นทำมาจากชานอ้อย เป็นขยะจากโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลในประเทศบราซิล

 

จากสตาร์ทอัพน้องใหม่ก้าวขึ้นแท่นยูนิคอร์น


         
Unicorn คือ ธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในต่างประเทศเราจะเห็นสตาร์ทอัพเจ้าดังใน Silicon Valley อย่าง Airbnb, Snapchat, Uber และแน่นอนว่า Allbirds ใช้เวลาเพียง 3 ปีที่กระโดดทะยานขึ้นมาเทียบชั้นบริษัทสตาร์ทอัพเจ้าดัง ๆ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการเริ่มต้นได้เงินจากภาครัฐ ระดมทุนเข้าแพลตฟอร์ม Kickstarter ซึ่งภายในระยะเวลา 4 วัน ขายรองเท้าได้สูงถึง 195,000 เหรียญสหรัฐ

 

Eco-Friendly Sneaker


 
         อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่า รองเท้า Allbirds เป็นรองเท้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากใช้วัสดุที่ผลิตจากธรรมชาติเกือบ 100% โดยปัจจุบันมีรูปแบบของรองเท้าทั้งหมด 7 รูปแบบ ได้แก่ Running Shoes, Everyday Sneakers, Slip-Ons, Flats, Boats Shoes, High tops และ Weather Repellent Shoes นอกจากจะใช้วัสดุหลัก ๆ อย่างขนแกะและเยื่อจากต้นยูคาลิปตัน รวมถึงชานอ้อยจากโรงงานอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาลแล้วนั้น วัสดุสังเคราะห์ที่จำเป็นต้องใช้ ยังเลือกวัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ นอกจากนี้ ทางบริษัท Allbirds ยังตั้งเป้าบริษัทมีก๊าซเรือนกระจกที่เป็นศูนย์ โดยรองเท้า 1 คู่ จะสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Footprint) เพียง 10 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับบริษัทรองเท้าอื่น ๆ นั่นจึงเกิดการ Collab ร่วมกับแบรนด์ Adidas ต่อยอดเป็นรองเท้าผ้าใบรุ่นแรกของโลกที่มีรอยเท้าคาร์บอนต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นหมายความว่า เป็นรองเท้าที่แทบไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนในกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ

 

คำนิยาม “รองเท้าที่ใส่สบายที่สุดในโลก”

            และเมื่อพูดถึงจุดเด่นของรองเท้า Allbirds อีกข้อที่ประทับใจผู้ซื้อจำนวนมาก คงหนีไม่พ้น “สวมใส่สบาย” มีคนดังหลากหลายวงการได้การันตีถึงความสบายในการสวมใส่รองเท้า Allbirds ไม่ว่าจะเป็น Michael Brandt Co-Founder ของ Nootrobox สตาร์ทอัพด้านโปรดักซ์ยาและอาหารเสริมในซานฟรานซิสโก บารัก
โอบามา ก็เป็นแฟนตัวยงของ Allbirds เช่นกัน
            นอกจากรูปลักษณ์ที่เรียบง่าย เอาใจสายมินิมอลแล้ว ในเรื่องของความสบายก็ไม่แพ้ใคร ยังมีน้ำหนักที่เบา ระบายอากาศได้ดี มีการซัพพอร์ตเท้าเป็นที่น่าพอใจ สามารถยืดหยุ่นไปตามรูปทรงของเท้าได้ดี ดูดซับความชื้นได้อย่างดีเยี่ยม นั่นจะช่วยให้เท้าของเราไม่อับชื้น อีกทั้งยังสามารถใส่ได้โดยไม่จำเป็นต้องใส่ถุงเท้า ก็ยังความสบายเอาไว้ได้ โดยไม่ต้องกังวลว่ารองเท้าจะกัดหรือเสียดสีกับเท้าของเราหรือไม่ คุณสมบัติพิเศษที่ลืมไปไม่ได้เลย นั่นคือ สามารถซักทำความสะอาดได้อย่างง่าย ๆ เพียงแค่โยนเข้าเครื่องซักผ้าที่มีฟังก์ชั่นสำหรับซักผ้าขนสัตว์ได้ เท่านี้ก็สามารถนำมาสวมใส่ สบาย ไร้กังวลแล้วล่ะค่ะ
            สำหรับใครที่สนใจรองเท้า Allbirds ต้องอดใจอีกนิดนะคะ เพราะตอนนี้ยังมีช็อปขายแค่เพียงในสหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ อังกฤษ จีน และญี่ปุ่น แต่ถ้าใครสนใจจริง ๆ ก็ต้องสั่งหิ้วอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าหากการต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อแลกกับรองเท้าที่ใส่ใจทั้งผู้ใส่และสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน ก็ดูจะเป็นอะไรที่ควรค่าแค่การเสียเงินใช่ไหมล่ะ